| EST. ๒๕๖๒ · BANGKOK
LINE: @HORAKOM
🏠 หน้าแรก
บริการ
🌟 สมัครดวงรายวัน 🔮 จองคิวดูดวง 🎲 เครื่องมือทำนาย 🌑 ดวงรายสัปดาห์ 🎫 ตรวจผล & เลขมงคล 🛠 บริการอื่นๆ
สินค้า & ความรู้
💍 สินค้า 🔨 ประมูล 🎁 ร้านของรางวัล 🎓 คอร์สเรียน 📚 บทความ 👥 ชุมชน 📰 ข่าวสายมู ดวงประเทศไทย 🔴 ไลฟ์สด 🪷 กองบุญ
อื่นๆ
🏛️ เกี่ยวกับเรา 👑 อาจารย์ของเรา 🔮 สมัครเป็นอาจารย์ ❓ ช่วยเหลือ
🏠หน้าแรก 🔮นัดดูดวง 🌟ดวงรายวัน 💍สินค้า 👤โปรไฟล์

📰 บทความ

เลขต้องห้ามทั่วโลก ชั้นอาคารที่หายไปจากปุ่มลิฟต์ ไม่ใช่แค่ 13

เลขต้องห้ามทั่วโลก ชั้นอาคารที่หายไปจากปุ่มลิฟต์ ไม่ใช่แค่ 13

หลายคนอาจเคยสังเกตว่าในอาคารสูงบางแห่ง เมื่อเข้าลิฟต์แล้วมองดูปุ่มกดชั้น จะพบว่าหมายเลขบางชั้นหายไป โดยเฉพาะเลข 13 ในประเทศตะวันตก หรือเลข 4 ในประเทศเอเชีย ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อเรื่อง "เลขต้องห้าม" ที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมแต่ละแห่งจนส่งผลต่อการออกแบบอาคารจริง ๆ

ความกลัวเลข 13 ในโลกตะวันตก

ตามความเชื่อในสังคมตะวันตก เลข 13 ถือเป็นเลขอัปมงคลที่สุดเลขหนึ่ง จนมีคำเฉพาะเรียกอาการกลัวเลข 13 ว่า "Triskaidekaphobia" ที่มาของความเชื่อนี้มีหลายสาย บางตำนานอ้างถึงเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิลเกี่ยวกับมื้ออาหารสุดท้ายของพระเยซู ที่มีผู้เข้าร่วม 13 คน และคนที่ 13 คือยูดาสผู้ทรยศ ส่วนในตำนานนอร์สโบราณ มีเรื่องเล่าว่าในงานเลี้ยงของเทพเจ้ามี 12 องค์ แต่โลกิเทพแห่งความวุ่นวายบุกเข้ามาเป็นคนที่ 13 ทำให้เกิดหายนะ

ความเชื่อนี้แพร่หลายจนโรงแรม อาคารสำนักงาน และคอนโดมิเนียมหลายแห่งในอเมริกา ยุโรป และออสเตรเลีย เลือกที่จะข้ามเลข 13 ไปเลย โดยนับจากชั้น 12 แล้วกระโดดไปเป็นชั้น 14 ทันที หรือบางแห่งใช้ 12A แทน นอกจากนี้สายการบินบางสายยังไม่มีแถวที่นั่งหมายเลข 13 อีกด้วย

เลข 4 ต้องห้ามของเอเชียตะวันออก

ในประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน เลข 4 กลับเป็นตัวเลขที่ถูกหลีกเลี่ยงมากกว่า เพราะการออกเสียงคำว่า "สี่" ในภาษาจีนกลาง (四 - sì) และภาษาญี่ปุ่น (四 - shi) ฟังดูคล้ายกับคำว่า "ตาย" (死) จนแทบแยกไม่ออก ทำให้เกิดความเชื่อว่าเลข 4 นำมาซึ่งความตายและความโชคร้าย

ด้วยเหตุนี้ อาคารในประเทศเหล่านี้จึงมักข้ามชั้น 4, 14, 24, 34, 44 และชั้นอื่น ๆ ที่มีเลข 4 ปรากฏ บางอาคารสูงในฮ่องกงและสิงคโปร์อาจข้ามชั้นไปได้หลายสิบชั้นเลยทีเดียว โรงพยาบาลในญี่ปุ่นหลายแห่งไม่มีห้องเลข 4 และของขวัญชุดที่มี 4 ชิ้นถือว่าเป็นการให้ที่ไม่เหมาะสม

เลขต้องห้ามอื่น ๆ ทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมีเลขอื่น ๆ ที่ถูกหลีกเลี่ยงในบางวัฒนธรรม เช่น เลข 17 ในอิตาลี เพราะเมื่อเขียนเป็นตัวเลขโรมัน XVII แล้วสลับตัวอักษรจะได้ VIXI ซึ่งแปลว่า "ฉันเคยมีชีวิต" หรือ "ฉันตายแล้ว" ในภาษาละติน ส่วนในจีนบางพื้นที่ เลข 7 ก็ถูกมองว่าไม่ดีเช่นกัน เพราะเดือน 7 เป็นเดือนผี

ที่น่าสนใจคือในบางประเทศกลับหลีกเลี่ยงทั้งเลข 4 และ 13 ไปพร้อมกัน เช่น ในสิงคโปร์และมาเลเซีย ที่มีทั้งชาวจีนและชาวตะวันตกอาศัยอยู่ร่วมกัน ทำให้อาคารบางแห่งข้ามทั้งสองหมายเลขนี้เพื่อรองรับความเชื่อของทุกกลุ่ม

มุมมองทางโหราศาสตร์และความเชื่อ

ในทางโหราศาสตร์ไทย การเลือกเลขมงคลหรือหลีกเลี่ยงเลขอัปมงคลก็มีมาแต่โบราณเช่นกัน โดยพิจารณาจากหลักฤกษ์ยาม นพเคราะห์ และการคำนวณเลขศาสตร์ตามหลักโหราศาสตร์ฮินดู แต่ตัวเลขที่ถือว่าดีหรือไม่ดีนั้นขึ้นอยู่กับบริบทและดวงชะตาของแต่ละคน ไม่ได้ตายตัวเหมือนความเชื่อเรื่องเลข 4 หรือ 13 ในวัฒนธรรมอื่น

ผู้เชี่ยวชาญด้านความเชื่อมักอธิบายว่า การหลีกเลี่ยงเลขต้องห้ามเหล่านี้สะท้อนถึงพลังของจิตใจมนุษย์และความเคารพต่อประเพณีมากกว่าเรื่องเหนือธรรมชาติจริง ๆ แต่เมื่อความเชื่อฝังรากลึกจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เลือกที่จะปรับตัวตามเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อมูลค่าทรัพย์สินและความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย

ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เรื่องราวของเลขต้องห้ามเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ และยังคงส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในหลายสังคมจนถึงปัจจุบัน ครั้งหน้าเมื่อเข้าลิฟต์ ลองสังเกตดูว่าอาคารนั้นข้ามชั้นไหนไปบ้าง อาจบอกได้ว่าสร้างขึ้นในวัฒนธรรมใด หรือเจาะตลาดกลุ่มไหนเป็นหลัก

เรียบเรียงจากข่าวที่เผยแพร่สาธารณะ · ที่มา: Sanook

🛒 ตะกร้าสินค้า