มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีได้จัดพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัยเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสขึ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงการรักษาประเพณีและความเชื่อดั้งเดิมของสังคมไทยที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในสถาบันการศึกษาสมัยใหม่
ความหมายของพิธีสักการะต้นปี
ตามความเชื่อของไทย การทำพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในช่วงเปลี่ยนปีหรือเริ่มต้นวาระสำคัญถือเป็นการ "เรียกขวัญ" และ "บูชาเทวดาผู้คุ้มครอง" เพื่อให้การดำเนินงานในช่วงเวลาข้างหน้าราบรื่น ปราศจากอุปสรรค พิธีกรรมลักษณะนี้มีรากฐานมาจากความเชื่อพราหมณ์-ฮินดูที่ผสมผสานกับพุทธศาสนา สร้างเป็นเอกลักษณ์ทางจิตวิญญาณของคนไทยมานานหลายร้อยปี
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสถาบัน
สถาบันการศึกษาหลายแห่งในประเทศไทยมักมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย ศาลพระภูมิเจ้าที่ หรือสัญลักษณ์มงคลต่าง ๆ ที่ได้รับการบูชาอย่างต่อเนื่อง ตามหลักโหราศาสตร์ไทย การดูแลรักษาและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยเสริมมหามงคลให้แก่สถานที่ ทำให้บรรยากาศเอื้อต่อการศึกษาเล่าเรียน และผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับพลังบวกจากการเคารพบูชา
ความสำคัญของจังหวะเวลา
การเลือกทำพิธีมงคลในช่วงต้นปีงบประมาณสะท้อนความเข้าใจในหลักโหราศาสตร์เรื่องฤกษ์ยาม ตามความเชื่อ การเริ่มต้นสิ่งใหม่ควรมีพิธีกรรมเปิดฤกษ์เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นที่ดี เปรียบเสมือนการวางรากฐานทางจิตวิญญาณให้แก่กิจการที่จะดำเนินการตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสให้คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาได้ร่วมแสดงความเคารพและสร้างจิตสำนึกร่วมกัน
มิติทางจิตวิทยาและสังคม
นอกเหนือจากมิติทางความเชื่อแล้ว พิธีกรรมเช่นนี้ยังมีคุณค่าทางจิตวิทยาและสังคม การมารวมตัวกันทำพิธีช่วยสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว เสริมสร้างขวัญกำลังใจ และเป็นการย้ำเตือนถึงคุณค่าทางจิตวิญญาณที่สำคัญไม่แพ้ความรู้ทางวิชาการ ในยุคที่โลกเน้นวัตถุนิยมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การรักษาสมดุลระหว่างความทันสมัยกับรากเหง้าทางวัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งที่หลายสถาบันให้ความสำคัญ
บทเรียนจากภูมิปัญญา
ประเพณีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโอกาสสำคัญสอนให้เห็นว่า ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพยายามทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยความสงบใจ ความเคารพในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการสร้างพลังบวกร่วมกัน ซึ่งเป็นหลักคิดที่สอดคล้องกับหลักธรรมทางพุทธศาสนาเรื่องการปลูกฝังบุญกุศลและสร้างจิตสำนึกที่ดีงาม พิธีกรรมเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงความเชื่อแบบงมงาย แต่เป็นกลไกทางสังคมที่ช่วยเชื่อมโยงคนในองค์กรให้มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน
เรียบเรียงจากข่าวที่เผยแพร่สาธารณะ · ที่มา: rmutto
